สารจากประธานกรรมการบริษัท
“CONTINUING TO GIVE BEST VALUE, BEST DESIGN, BEST OUTPUT AND BEST SERVICE TO ALL OF CUSTOMERS”

มุ่งมั่นสร้างสรรค์ความเชื่อมั่นในคุณค่าผลิตภัณฑ์ พัฒนาการออกแบบเพื่อประสิทธิภาพสูงสุด และให้บริการดีเลิศแก่ลูกค้าอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งยังคงมุ่งมั่นที่จะแสวงหาโอกาสและทางเลือกการลงทุนใหม่ๆ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อสร้างการเติบโตรวมไปถึงขยายฐานธุรกิจ ซึ่งถือเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่ม
ให้แก่ผู้ถือหุ้นอีกด้วย
 

(ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ)
ประธานกรรมการและกรรมการผู้จัดการใหญ่


ในช่วงปี 2563 ที่ผ่านมา บริษัท เอสพีซีจี จำกัด (มหาชน) (“SPCG”) ได้มีการปรับตัวรับมือกับสถานการณ์การแพร่ระบาด ของโรคติดเชื้อ ไวรัสโคโรนา 2019 (Covid-19) อย่างระมัดระวัง โดยคำนึงถึงผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่ายอย่างแท้จริง ไม่ว่าจะเป็น คู่ค้า ลูกค้า ผู้ถือหุ้น หรือแม้กระทั่งพนักงาน ซึ่ง SPCG ไม่มีนโยบายในการลดพนักงาน แต่จะมุ่งเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพของผู้บริหาร และพนักงาน ภายใต้แนวทาง “New Normal Concept” ในขณะเดียวกัน SPCG ได้มีนโยบายปรับลดค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการต้นทุนด้านต่างๆ ส่งผลให้ต้นทุน O&M (Operating & Maintenance) สำหรับธุรกิจโซลาร์ฟาร์ม ทั้งในปัจจุบันและอนาคตลดลงอย่างเป็นนัยสำคัญ เพื่อเสริมสร้างสภาพคล่องและรักษากำไรของบริษัท ประกอบกับในปีนี้ภาครัฐมีนโยบายลดจำนวนภาษีในอัตราร้อยละ 90 ของจำนวนภาษีที่คำนวณได้ สำหรับที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้าง ส่งผลให้ SPCG สามารถลดค่าใช้จ่ายดังกล่าวได้อีกด้วย
ธุรกิจผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ถือเป็นพลังงานสะอาดที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และเป็นพลังงานทางเลือกที่มีบทบาทสำคัญในการเสริมสร้างความมั่นคงทางด้านพลังงานไฟฟ้า ซึ่งไม่มีค่าใช้จ่ายด้านต้นทุน สามารถสนับสนุนการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศในระยะยาว ทั้งยังช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมได้อย่างยั่งยืน ด้วยการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ สาเหตุสําคัญของการเกิดภาวะโลกร้อน เพื่อให้ก้าวเข้าสู่การเป็นสังคมคาร์บอนต่ำ (Low Carbon Society) สอดคล้องกับการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs) ประกอบกับรัฐบาลกำหนดเป้าหมายการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือก ตามแผนพัฒนาพลังงานพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย พ.ศ. 2561-2580 ฉบับปรับปรุงครั้งที่ 1 (PDP 2018 Rev.1) ได้ตั้งเป้ากำลังการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์เพิ่มขึ้นจาก 6,000 เมกะวัตต์ เป็น 9,290 เมกะวัตต์ ซึ่งส่งผลให้เกิดการลงทุนอย่างมหาศาล ช่วยสร้างงาน สร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจและสังคมในระดับชาติ
ดังนั้น SPCG ในฐานะผู้บุกเบิกและผู้นำธุรกิจผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์แห่งแรกของประเทศไทยและประชาคมอาเซียน ปัจจุบันมีโครงการโซลาร์ฟาร์มทั้งหมด 36 โครงการ กระจายอยู่ในพื้นที่ 10 จังหวัด ได้แก่ นครราชสีมา ขอนแก่น สกลนคร หนองคาย อุดรธานี นครพนม เลย สุรินทร์ บุรีรัมย์ และลพบุรี รวมเนื้อที่ดินกว่า 5,000 ไร่ กำลังการผลิตรวมกว่า 260 เมกะวัตต์ มีบทบาทสำคัญในการผลักดันให้ประเทศไทยเป็นผู้นำการผลิตและการใช้ไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในภูมิภาค ASEAN เป็นผู้นำการใช้พลังงานสะอาด ผู้นำในด้านการลดโลกร้อนด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ ลดการนำเข้าเชื้อเพลิง ลดการสูญเสียเงินตราต่างประเทศ ลดสภาวะความยากจนในภูมิภาค อันเนื่องมาจากการจ้างงาน ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิต ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจระดับภูมิภาคเนื่องจากการลงทุน ช่วยรักษาธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมให้ดีขึ้น เกิดความยั่งยืนส่งผ่านไปยังอนุชนรุ่นหลัง 

SPCG ได้ขยายธุรกิจการลงทุนโครงการโซลาร์ฟาร์มในประเทศญี่ปุ่น ภายใต้ชื่อโครงการ “Tottori Yonago Mega Solar Farm” ณ เมืองทอตโตะริ กำลังการผลิตติดตั้งรวม 30 เมกะวัตต์ ซึ่งจำหน่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์เรียบร้อยแล้ว ตั้งแต่ปี 2561 และโครงการ “Ukujima Mega Solar Project” ณ เมืองซาเซโบ จังหวัดนางาซากิ กำลังการผลิตติดตั้งรวม 480 เมกะวัตต์ (ซึ่งตามสัดส่วนการถือหุ้นของ SPCG ร้อยละ 17.92 คิดเป็น 86 เมกะวัตต์) ซึ่งอยู่ระหว่างการพัฒนาโครงการ และกำหนดระยะเวลาแล้วเสร็จ ในปี 2566 ปัจจุบัน SPCG มีกำลังการผลิตตามสัดส่วนการถือหุ้นทั้งในประเทศไทยและประเทศญี่ปุ่น รวมกว่า 400 เมกะวัตต์ นอกจากนี้ SPCG  ได้ลงทุนในโครงการผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ สำหรับใช้ในพื้นที่เมืองใหม่ เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) กำลังการผลิตติดตั้งรวมไม่น้อยกว่า 500 เมกะวัตต์ ผ่านบริษัท เซท เอนเนอยี จำกัด (SET ENERGY) โดย SPCG ได้ตั้งเป้าหมายในอีก 5 ปี ข้างหน้า (ปี 2568) จะมีกำลังการผลิตตามสัดส่วนการถือหุ้นไม่น้อยกว่า 1,000 เมกะวัตต์

ในนามของคณะกรรมการ คณะผู้บริหารและพนักงานของ SPCG ขอขอบคุณผู้ถือหุ้น ผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม ตลอดจนผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง กับการดำเนินงานของบริษัทฯ ที่ให้ความไว้วางใจ ให้ข้อเสนอแนะ และสนับสนุนการดำเนินงาน ของ SPCG ด้วยดีเสมอมา และขอให้คำมั่นว่า เราจะมุ่งมั่นทุ่มเทในการปฏิบัติภารกิจ เพื่อสร้างการเติบโตและผลตอบแทนให้แก่ผู้ถือหุ้น และ ผู้มีส่วนได้เสียอย่างเป็นธรรมและยั่งยืน โดยยึดมั่นการดำเนินธุรกิจตามหลักธรรมาภิบาล มีความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม และต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่นในทุกรูปแบบ เพื่อให้องค์กรเติบโตขึ้นอย่างมั่นคงและยั่งยืน

Call 02.011.8111
Copyright © 2019 SPCG Public Company Limited. All rights reserved. Designed by DEGITO