ข่าวประชาสัมพันธ์เอสพีซีจี

CEO SPCG ได้รับเกียรติจากคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต เชิญเป็นวิทยากรในงาน “ผู้ประกอบการหญิง Women Entrepreneurship Week Thailand 2017” ณ ห้องประชุมหลวงดำริอิศรานุวรรต ชั้น 5 คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
20 ตุลาคม 2560

           เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2560 ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ ประธานกรรมการและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เอสพีซีจี จำกัด (มหาชน) หรือ SPCG ได้รับเกียรติจากคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต เข้าร่วมงาน “ผู้ประกอบการหญิง Women Entrepreneurship Week Thailand 2017” โดย ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ ได้รับเชิญเป็นวิทยากรในการปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “Empowering Women Entrepreneurs in Thailand” ณ ห้องประชุมหลวงดำริอิศรานุวรรต ชั้น 5  คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต

         Women Entrepreneurship Week (WEW) ก่อตั้งโดยศูนย์ผู้ประกอบการเฟลิเซียโน (Feliciano Center for Entrepreneurship) ของมหาวิทยาลัยมอนแคลร์ สเตท (Montclair State University) ประเทศสหรัฐอเมริกา และเครือข่ายมหาวิทยาลัยและองค์การที่ไม่แสวงหากำไร (NGO) อื่น ๆ กว่า 30 แห่งทั่วโลก ร่วมพร้อมกันจัดงานสัมมนาสัปดาห์ผู้ประกอบการหญิงขึ้น โดยปีนี้จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 4 ระหว่างวันที่ 14 – 21 ตุลาคม 2560 เพื่อให้สังคมโลกตระหนักถึงความสำคัญและบทบาทของผู้ประกอบการหญิง

           ดร.วันดี กล่าวว่า หลังเกษียณจากการทำงานในปี 2553 กระทรวงพลังงานมีนโยบายสนับสนุนด้านพลังงานหมุนเวียนเปิดให้เอกชนสามารถพัฒนาโครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนได้ทุกประเภท (แสงอาทิตย์, น้ำ และ ลม) เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงด้านพลังงานโดยมี ดร. ปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์ ดำรงตำแหน่งเป็น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานในตอนนั้น ดร.วันดี จึงได้เริ่มศึกษาเกี่ยวกับการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์และเห็นถึงโอกาสทางธุรกิจ จึงได้จัดทำ Business Model ขึ้นมาด้วยความตั้งมั่น และตั้งใจผลักดันธุรกิจนี้จนประสบความสำเร็จ

          โดยเริ่มพัฒนาโครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ครั้งแรกเมื่อ ปี 2553 หลังจากที่เกษียณอายุไปเมื่อปี 2549 และประสบปัญหาอย่างมากในการหาสถาบันการเงินเพื่อสนับสนุนโครงการเนื่องจากเป็นโครงการที่ไม่เคยมีผู้ใดทำมาก่อน ทำให้สถาบันการเงินไม่มีข้อมูลด้านความเสี่ยง ต้องใช้เวลาในการพัฒนาโครงการกว่า 1 ปี ต้องใช้ที่ปรึกษาการเงิน ที่ปรึกษากฎหมาย ที่ปรึกษาด้านเทคนิค ที่ปรึกษาด้านประกันภัย ซึ่งทุกภาคส่วนให้ความสำคัญกับการป้องกันความเสี่ยงด้านการลงทุน ธนาคารกสิกรไทยเป็นสถาบันการเงินที่ช่วยสนันสนุนทางด้านการเงินด้วยโดยมีอัตราหนี้สินต่อทุนที่ 60:40 โดยเริ่มการลงทุนจากโครงการโซลาร์ฟาร์มแห่งแรกที่โคราช เริ่มผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์และส่งเข้าระบบจำหน่ายไฟ เมื่อวันที่ 21 เมษายน 2553

          โดยธนาคารให้มีระยะเวลาประเมิน 6 เดือนก่อนเริ่มพัฒนาโครงการที่ 2 ผลปรากฎใน 3 เดือนแรกว่าการผลิตไฟฟ้าดีกว่าเป้าหมายกว่า 30% ทำให้ธนาคารเห็นโอกาสที่จะช่วยบริษัทพัฒนาโครงการที่เหลือที่ต้องใช้เงินลงทุนกว่า 24,000 ล้านบาท บริษัทได้รับการสนับสนุนจาก  International Finance Corporation Member of World Bank Group ร่วมทุนในโครงการพัฒนาโซลาร์ฟาร์มที่เหลือและร่วมให้ความสนันสนุนทางด้านการเงิน ตลอดจนนำเงินกู้ Climate Technology fund มาร่วมให้กู้กับสถาบันการเงินอื่นๆอีก 6 แห่ง ภายใต้การจัดการของธนาคารกสิกรไทย นอกจากนั้นบริษัทได้ควบรวมกับบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ และระดมเงินทุน จนประสบความสำเร็จ

          หลังจากจบการปาฐกถาแล้ว ดร.วันดี ได้เปิดโอกาสให้นักศึกษาที่เข้าร่วมงาน สอบถามข้อสงสัย ซึ่งมีนักศึกษาให้ความสนใจและถามคำถามเป็นจำนวนมากถึงจุดเริ่มต้น แรงบันดาลใจ และวิธีการบริหารงาน โดย ดร.วันดี ได้แนะนำให้นักศึกษาจบใหม่ว่า คิด เชื่อ และศรัทธา โดยเริ่มจากคิด คือการริเริ่มหาสิ่งที่ตนเองสนใจและอยากจะทำ เชื่อ คือความเชื่อมั่นและมุ่งมั่นในสิ่งที่ตัวเองตัดสินใจที่จะทำ และยังไม่พอ สุดท้ายต้องศรัทธา ในสิ่งที่เราตัดสินใจลงมือทำ ...”

ติดต่อเรา
บริษัท เอสพีซีจี จำกัด (มหาชน) สำนักงานใหญ่
เลขที่ 1 อาคารแคปปิตอล เวิร์ค เพลส ชั้น 10
ซอยแจ่มจันทร์ แขวงคลองตันเหนือ
เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110
โทร: +662 011 8111
แฟกซ์ : +662 011 8112
หากท่านมีความประสงค์ที่จะได้ข้อมูลเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์อื่นๆ ของเราโปรดส่งข้อมูลของท่านกลับมายังบริษัทฯ ดังนี้
ชื่อ
ที่อยู่
อีเมล
เบอร์โทร
เรื่อง
ข้อความ

ท่านได้รับทราบข้อมูลจากช่องทางใด