CEO SPCG บรรยายเวทีในประเทศ

CEO SPCG ร่วมงานสัมมนา ปลดล็อกพลังงานหมุนเวียนไทย
05 ตุลาคม 2560

          เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม  2559 ดร. วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ ประธานกรรมการและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เอสพีซีจี จำกัด (มหาชน) หรือ SPCG ได้รับเกียรติจาก มูลนิธิพลังงานเพื่อสิ่งแวดล้อม เข้าร่วมเป็นวิทยากร ในงานสัมมนา หัวข้อ  “ปลดล็อคพลังงานหมุนเวียนไทย” ณ ห้องบอลรูม โรงแรมอนันตรา สยาม กรุงเทพฯ   

           มูลนิธิพลังงานเพื่อสิ่งแวดล้อม เป็นหน่วยงานอิสระ ริเริ่มและก่อตั้งเมื่อปี 2543 โดย ดร.ปิยสวัสดิ์  อัมระนันทน์ โดยมีวัตถุประสงค์หลัก เพื่อสนับสนุนงานตามนโยบายของภาครัฐทางด้านพลังงาน โดยเฉพาะการส่งเสริมการใช้พลังงานหมุนเวียนภายในประเทศให้เป็นไปอย่างแพร่หลาย  โดย มูลนิธิพลังงานเพื่อสิ่งแวดล้อม ได้จัดงานสัมมนาขึ้นเป็นประจำทุกปี ซึ่งในปีนี้ จัดงานสัมมนาขึ้นภายใต้หัวข้อ “ปลดล็อคพลังงานหมุนเวียนไทย”  

           ในงาน ได้รับเกียรติจาก ดร.ปิยสวัสดิ์ อัมระนันท์ ประธานมูลนิธิพลังงานเพื่อสิ่งแวดล้อม กล่าวเปิดงานและ ปาฐกถาพิเศษเรื่อง “พลังงานหมุนเวียนไทยวันนี้” ว่า ต้นทุนการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนลดต่ำลงมาก ในขณะที่ประสิทธิภาพสูงขึ้น โดยเฉพาะลมแสะแสงอาทิตย์ จนสามารถแข่งขันกับเชื้อเพลิงฟอสซิลได้ ผลมาจากการพัฒนาด้านเทคโนโลยี และแบตเตอรี่กักเก็บพลังงานเองก็มีต้นทุนที่ต่ำลงเรื่อยๆ เช่นกัน ซึ่งจะช่วยแก้ปัญหาพลังงานหมุนเวียนที่ไม่สามารถผลิตได้ตลอด 24 ชั่วโมง แต่ทั้งนี้รัฐบาลต้องกำหนดราคาพลังงาน ทั้งพลังงานหมุนเวียนและปิโตรเลียมจากแหล่งในประเทศตามต้นทุนที่หลีกเลี่ยงได้ ซึ่งก็คือ LNG และใช้ระบบประมูลแข่งขันด้านราคาในกรณีที่โครงการมีลักษณะที่คล้ายกัน เช่น แสงอาทิตย์ เป็นต้น

           จากนั้น Dr. Edwin Lerch, Head of System Dynamics, Siemens AG, Germany เป็นผู้บรรยายหัวข้อแรกได้แก่......... German Experience on High Penetration of Renewables – Challenges for the system stability”

           หลังจากนั้น ประกอบด้วยวิทยากรท่านอื่นและหัวข้อต่างๆ ดังนี้...

  1. คุณนินนาท ไชยธีรภิญโญ  รองประธานกรรมการ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด  ให้การบรรยายในหัวข้อ แนวโน้มเทคโนโลยียานยนต์กับโอกาสของพลังงานหมุนเวียน
  2. ดร. วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ ประธานกรรมการและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เอสพีซีจี จำกัด (มหาชน) ให้การบรรยายในหัวข้อ Solar Energy... โอกาสของคนไทย
  3. Dr. Oussama Chehab, Vice President, Sales Emerging Market, SMA Solar Technology AG ให้การบรรยายในหัวข้อ Energy Storage for Residential and commercial as additional opportunity with the Net-Metering for PV installation in Thailand”
  4. คุณสุวพร ศิริคุณ  กรรมการและเลขานุการ มูลนิธิพลังงานเพื่อสิ่งแวดล้อม ให้การบรรยายในหัวข้อ “ปัญหาการพัฒนาพลังงานหมุนเวียนไทยและข้อเสนอแนวทางแก้ไข”

          ดร.วันดี ได้เล่าถึง ประสบการณ์เป็นผู้บุกเบิกและพัฒนา โครงการโซลาร์ฟาร์มเชิงพาณิชย์รายแรก ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยและอาเซียน โดยได้กล่าวถึง การริเริ่มโครงการโซลาร์ฟาร์มว่า สืบเนื่องมาจาก รัฐบาลสมัยที่   ดร. ปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ได้เปิดศักราชใหม่ สนับสนุนนโยบายด้านพลังงานหมุนเวียน ขึ้นในปี พ.ศ.2552  เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงด้านพลังงาน

          SPCG ได้ริเริ่มการนำระบบผลิตไฟฟ้าฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ ผ่าน Solar PV มาพัฒนาในประเทศไทยในปี พ.ศ. 2553  ประสบความสำเร็จครั้งแรกโดยการเสนอขายไฟที่ผลิตได้ในโครงการ โซลาร์ฟาร์ม โคราช 1 (บริษัท โซล่า เพาเวอร์ โคราช 1) ให้แก่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค และได้รับการพัฒนาต่อยอด จนถึงปัจจุบันบริษัทมี โซลาร์ฟาร์ม ที่พัฒนาแล้วถึง 36 โครงการ กำลังการผลิต 6-7 เมกะวัตต์ ต่อ 1 โครงการ และ ก้าวขึ้นเป็นผู้นำทางด้านระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์

          ดร.วันดี กล่าวต่อว่า ได้ต่อยอดธุรกิจจากการทำ โซลาร์ฟาร์ม สู่ ระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา ภายใต้ บริษัท โซลาร์ เพาเวอร์ รูฟ จำกัด หรือ SPR ซึ่งเป็นธุรกิจดาวรุ่งของบริษัท และมีความตั้งใจให้ประสบความสำเร็จอย่างสูง โดยในปีแรก SPR สามารถทำรายได้ได้ถึง 200 ล้านบาท ปี 2015 400 ล้านบาท และเป้าหมายปี 2016 อยู่ที่ 800 ล้านบาท คาดว่า ธุรกิจดังกล่าวจะเติบโต ไม่น้อยกว่า ร้อยละ 30 เพราะขณะนี้ โซลาร์ รูฟ ของบริษัทได้รับการยอมรับและเชื่อถือจากประชาชนที่เป็นเจ้าของบ้าน โรงงานอุตสาหกรรม สถาบันการเงินที่มีชื่อเสียง บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ หลายแห่ง ต่างติตตั้งแผงโซลาร์ รูฟ ของ SPR บนหลังคากิจการ เพื่อลดค่าใช้จ่ายในส่วนของการใช้ไฟฟ้า  โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจอุตสาหกรรม เพราะปัจจุบันได้รับการสนับสนุนจากนโยบายของรัฐบาล ตามมาตรการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ให้ได้รับการ ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล ในสัดส่วนร้อยละ 50 ของเงินลงทุน ซึ่งมาตรการดังกล่าวมีผลบังคับใช้ถึงภายใน ปี 2560

          “ในการพัฒนาโครงการที่ 1(บริษัท โซล่า เพาเวอร์ โคราช 1) นั้น ได้รับการสนับสนุนจากมูลนิธิพลังงานเพื่อสิ่งแวดล้อม ในการร่วมลงทุนพัฒนาโครงการโซลาร์ฟาร์มแห่งแรกในประเทศไทย จนประสบผลสำเร็จและพัฒนาต่อยอดจนถึง 36 โครงการซึ่งสามารถขาย คาร์บอนเครดิตได้ถึง 200,000 ตันต่อปี โดยเงินที่ขายคาร์บอนเครดิตได้นั้น จะนำมาร่วมสนับสนุนโครงการต่างๆที่จัดตั้งขึ้นที่มีจุดมุ่งหมายในการอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อม ตามนโยบายของบริษัทที่ได้ตั้งไว้ ดร.วันดี กล่าว”

           ภายในงาน ได้มีการออกบูธแสดงนวัตกรรม ระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา โดยบริษัท โซลาร์ เพาเวอร์ รูฟ จำกัด หรือ SPR ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี และมีผู้ให้ความ

ติดต่อเรา
บริษัท เอสพีซีจี จำกัด (มหาชน) สำนักงานใหญ่
เลขที่ 1 อาคารแคปปิตอล เวิร์ค เพลส ชั้น 10
ซอยแจ่มจันทร์ แขวงคลองตันเหนือ
เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110
โทร: +662 011 8111
แฟกซ์ : +662 011 8112
หากท่านมีความประสงค์ที่จะได้ข้อมูลเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์อื่นๆ ของเราโปรดส่งข้อมูลของท่านกลับมายังบริษัทฯ ดังนี้
ชื่อ
ที่อยู่
อีเมล
เบอร์โทร
เรื่อง
ข้อความ

ท่านได้รับทราบข้อมูลจากช่องทางใด