CEO SPCG บรรยายเวทีในประเทศ

TDRI EIS เชิญ CEO SPCG ร่วมเสวนา หัวข้อ Disruptive Technology : Risks & Opportunities for Business
05 ตุลาคม 2560

          เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม  2559 ดร. วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ ประธานกรรมการและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.เอสพีซีจี ได้รับเกียรติจาก สถาบัน TDRI • EIS เข้าร่วมเป็นวิทยากร ในงานสัมมนา หัวข้อ  “Disruptive Technology : Risks & Opportunities for Business” ที่ ห้อง คราวน์ 1-3 โรงแรม คราวน์พลาซ่ากรุงเทพ ลุมพินีพาร์ค
          สถาบัน TDRI Economic Intelligence Service หรือ TDRI • EIS ได้จัดสัมมนาเป็นประจำขึ้นทุกเดือน  เพื่อจัดให้กับ สมาชิกระดับวีไอพี ที่เป็นองค์กรใหญ่ในภาคธุรกิจกว่า 30 บริษัท ของ EIS สำหรับในเดือนกรกฎาคม นี้ ได้จัดเสวนาในหัวข้อ “Disruptive Technology : Risks & Opportunities for Business”  ซึ่งในงานมี ดร.กิริฎา เภาพิจิตร ผู้อำนวยการวิจัย ด้านการวิจัยและคำปรึกษาระหว่างประเทศ TDRI ทำหน้าที่เป็นผู้แนะนำวิทยากรแต่ละท่าน และรับเป็นพิธีกร ด้วย......
          โดย ดร.สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ ประธานสถาบัน วิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย หรือ TDRI เป็นผู้นำเสนอหัวข้อแรกได้แก่......... “Disruptive Technology : Risks & Opportunities for Business” หลังจากนั้น ประกอบด้วยวิทยากรท่านอื่นและหัวข้อต่างๆ ดังนี้...
          1.  ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ ประธานกรรมการและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เอสพีซีจี จำกัด (มหาชน) หรือ SPCG
          2. คุณพรรณสิรี อมาตยกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไอบีเอ็ม ประเทศไทย จำกัด
          3. คุณธีรนันท์ ศรีหงส์ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) และ ประธานบริษัท กสิกร บิซิเนส-เทคโนโลยี กรุ๊ป
          4. คุณเฉลิมพล ปุณโณทก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซีที เอเชีย โรโบติกส์ จำกัด

          ดร.วันดี ได้เล่าถึง ประสบการณ์เป็นผู้บุกเบิกและพัฒนา โครงการโซลาร์ฟาร์มเชิงพาณิชย์รายแรก ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยและอาเซียน โดยได้กล่าวถึง การริเริ่มโครงการโซลาร์ฟาร์มว่า สืบเนื่องมาจาก รัฐบาลสมัยที่   ดร. ปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ได้มีนโยบายสนับสนุนด้านพลังงานหมุนเวียน เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงด้านพลังงาน รวมทั้งได้เปิดโอกาส ให้เอกชนเข้ามาลงทุนผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนทุกประเภทซึ่ง พลังงานแสงอาทิตย์ถือเป็นพลังงานหมุนเวียน และเป็นพลังงานสะอาด ไม่มีมลภาวะ เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม SPCG ปัจจุบันเป็นบริษัทจดทะเบียนอยู่ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ภายใต้หมวดพลังงาน เป็นผู้นำในการริเริ่มการนำระบบผลิตไฟฟ้าฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ ผ่าน Solar PV มาพัฒนาในประเทศไทยครั้งแรกปี พ.ศ. 2553
          โดยแรกเริ่มนั้นบริษัทฯ ได้รับเงินสนับสนุนจาก IFC (International Finance Corporation) ซึ่งมี บทบาทสำคัญในการช่วยให้โครงการผลิตไฟฟ้า จากพลังงานแสงอาทิตย์แห่งแรกของ SPCG ประสบความสำเร็จ  ด้วยการสนับสนุนด้านเงินลงทุนจาก กองทุน Clean Technology Fund บริษัทได้นำมาผสมผสานกับ เงินกู้ของสถาบันการเงิน เพื่อช่วยลดต้นทุนทางการเงิน รวมถึงบริษัทมีพันธมิตรทางธุรกิจที่แข็งแกร่งคือ KYOCERA Corporation ประเทศญี่ปุ่น ที่มีสถานะทางการเงินที่แข็งแกร่ง ก่อตั้งมายาวนานกว่า 60 ปี มีประวัติการผลิตมากว่า 35 ปี รับประกันคุณภาพการผลิตไฟฟ้ายาวนานถึง 25 ปี เพื่อสร้างความมั่นใจในประสิทธิภาพการผลิตไฟฟ้า และมาตรฐานความปลอดภัยอย่างสูงสุด ทำให้บริษัทฯ สามารถพัฒนาโครงการจนประสบความสำเร็จ โดยมี โครงการแรก คือ บริษัท โซล่า เพาเวอร์ (โคราช 1) จำกัด ตั้งอยู่ที่ อำเภอโนนสูง จังหวัดนครราชสีมา
          ปัจจุบัน SPCG สามารถพัฒนาโครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ หรือที่เรียกว่า โซลาร์ฟาร์ม จำนวน 36 โครงการ รวมกำลังการผลิตกว่า 260 เมกะวัตต์ อยู่ในพื้นที่ 10 จังหวัด ของประเทศไทย มูลค่าลงทุน ประมาณ 25,000 ล้านบาท นอกจากนี้ โครงการโซลาร์ฟาร์มทั้ง 36 แห่ง ยังสามารถช่วยลดสภาวะโลกร้อนเทียบเท่ากับลดการปลดปล่อย ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สู่ชั้นบรรยากาศของโลกประมาณ 200,000 ตัน CO2 ต่อปี
          อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ยังมุ่งเน้นดำเนินธุรกิจ ติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา (Solar Roof) ภายใต้ บริษัท  โซลาร์ เพาเวอร์ รูฟ จำกัด หรือ SPR ซึ่งเป็นบริษัทในเครือ SPCG ที่คาดว่า ธุรกิจดังกล่าวจะเติบโต ไม่น้อยกว่า ร้อยละ 30 เพราะขณะนี้ โซลาร์ รูฟ ของบริษัทได้รับการยอมรับและเชื่อถือจากประชาชนที่เป็นเจ้าของบ้าน โรงงานอุตสาหกรรม สถาบันการเงินที่มีชื่อเสียง บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ หลายแห่ง ต่างติตตั้งแผงโซลาร์ รูฟ ของ SPR บนหลังคากิจการ เพื่อลดค่าใช้จ่ายในส่วนของการใช้ไฟฟ้า  โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจอุตสาหกรรม เพราะปัจจุบันได้รับการสนับสนุนจากนโยบายของรัฐบาล ตามมาตรการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ให้ได้รับการ ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล ในสัดส่วนร้อยละ 50 ของเงินลงทุน ซึ่งมาตรการดังกล่าวมีผลบังคับใช้ถึงภายใน ปี 2560
        สำหรับ SPR Solar Roof ยังมีส่วนช่วยในการผลิตพลังงานไฟฟ้า ก่อให้เกิดผลประโยชน์ต่อประเทศชาติ ซึ่งปัจจุบันรัฐบาลได้ตระหนักถึง ความสำคัญของการเพิ่มอัตราส่วนของพลังงานทางเลือก ซึ่งประกอบด้วย พลังงานหมุนเวียน (แสงอาทิตย์ ลม น้ำ) พลังงานทดแทน (ไบโอแมส ไบโอแก๊ส ขยะ) ในอัตราส่วนถึงประมาณ ร้อยละ 30 ในปี (ค.ศ.2036) โดยมีปริมาณการผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ถึง 6,000 เมกะวัตต์

ติดต่อเรา
บริษัท เอสพีซีจี จำกัด (มหาชน) สำนักงานใหญ่
เลขที่ 1 อาคารแคปปิตอล เวิร์ค เพลส ชั้น 10
ซอยแจ่มจันทร์ แขวงคลองตันเหนือ
เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110
โทร: +662 011 8111
แฟกซ์ : +662 011 8112
หากท่านมีความประสงค์ที่จะได้ข้อมูลเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์อื่นๆ ของเราโปรดส่งข้อมูลของท่านกลับมายังบริษัทฯ ดังนี้
ชื่อ
ที่อยู่
อีเมล
เบอร์โทร
เรื่อง
ข้อความ

ท่านได้รับทราบข้อมูลจากช่องทางใด