CEO SPCG ได้รับเกียรติจาก UNESCAP และ UN WOMEN เชิญเข้าร่วมงานเสวนา Asia-Pacific Policy Dialogue on “Women’s Economic Empowerment in the Changing World of Work”
27 กุมภาพันธ์ 2560

                  เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2560 ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ ประธานกรรมการและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เอสพีซีจี จำกัด (มหาชนหรือ SPCG ได้รับเกียรติจาก คณะกรรมการเศรษฐกิจและสังคมแห่งเอเชียและแปซิฟิก (United Nations Economic and Social Commission for Asia and the Pacific) หรือ UNESCAP และ องค์การเพื่อสตรีแห่งสหประชาชาติ (United Nations Entity for Gender Equality and the Empowerment of Women)  หรือ UN WOMEN เชิญเข้าร่วมงานเสวนา  Asia-Pacific Policy Dialogue on “Women’s Economic Empowerment in the Changing World of Work” ณ ห้องประชุม H อาคารสหประชาชาติ องค์การสหประชาชาติ กรุงเทพมหานคร

                 การเสวนาในครั้งนี้ จัดภายใต้หัวข้อ  Technological Change and its impact on women’s economic empowerment”ซึ่งมี Mr. Hidenobu Ishibashi, Counsellor for Gender Equality Promotion Gender Equality Bureau, Cabinet Office, Government of Japan เป็นประธานในเวทีเสวนา

สำหรับผู้เข้าร่วมเสวนาประกอบด้วย

  1. Atsuko Okuda, Chief of ICT and Development Section, ESCAP ให้การอภิปรายในหัวข้อ Women's Economic Empowerment through the Asia-Pacific Information Superhighway
  2. Mr. Anshul Sonak, Regional Director- Innovation Programs, Asia Corporate Affairs Director – Singapore, Intel Technology Asia Pte Ltd. ให้การอภิปรายในหัวข้อ Women’s Economic Empowerment in New Era of Technology
  3. Mayling Flores Rojas, Agricultural Officer, FAO ให้การอภิปรายในหัวข้อ Labour-saving technologies Opportunities and Challenges to Empower Rural Women: Examples from the field
  4. Soma Dutta, Programme Coordinator, Women’s Economic Empowerment Programme, ENERGIA ให้การอภิปรายในหัวข้อ Women’s Entrepreneurship in Renewable Energy sector: Empowering Women and meeting the Energy Access Gap
  5. ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ ประธานกรรมการและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เอสพีซีจี จำกัด (มหาชนให้การอภิปรายในหัวข้อ Green technologies and its impact on women’s economic empowerment in Asia and the Pacific
  6. Shannon KalyayanamitrOrami  ให้การอภิปรายในหัวข้อ The role of Technology for Women Entrepreneurs

 

                   ดร.วันดี ได้เล่าถึงความเป็นมาในการก่อตั้ง บมจ. เอสพีซีจี ที่ประสบความสำเร็จในธุรกิจผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ขึ้นเป็นแห่งแรกของประเทศไทยและในประชาคมอาเซียนว่า หลังจากที่เกษียณตัวเองจากการทำงานประจำ ในช่วง รัฐบาลสมัย ดรปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ได้มีนโยบายสนับสนุนด้านพลังงานหมุนเวียน เปิดให้เอกชนสามารถพัฒนาโครงการผลิตฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนได้ทุกประเภท เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงด้านพลังงาน จึงสนใจที่จะพัฒนาการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ และได้คิดวางแผนธุรกิจ จัดทำ Business Model ขึ้นด้วยความตั้งมั่น และตั้งใจผลักดันให้ธุรกิจนี้สำเร็จ ด้วยเห็นว่าเป็นธุรกิจพลังงานสะอาด ไม่ก่อให้เกิดมลพิษใดๆ ทั้งยังเสริมสร้างความมั่นคงทางด้านพลังงานของประเทศ

                 โดยแรกเริ่มนั้นได้รับเงินสนับสนุนจาก IFC (International Finance Corporation) ซึ่งมี บทบาทสำคัญในการช่วยให้โครงการโซลาร์ฟาร์ม แห่งแรกของ SPCG ประสบความสำเร็จ  ด้วยการสนับสนุนด้านเงินลงทุนจาก กองทุน Clean Technology Fund บริษัทได้นำมาผสมผสานกับ เงินกู้ของสถาบันการเงิน โดยบริษัทได้รับการสนับสนุนหลักจากธนาคารกสิกรไทย เพื่อช่วยลดต้นทุนทางการเงินและ ได้ World Bank มาร่วมเป็นผู้ถือหุ้น ทำให้บริษัทฯ สามารถพัฒนาโครงการโซลาร์ฟาร์ม จนประสบความสำเร็จถึง  36 โครงการ รวมกำลังการผลิตกว่า 260 เมกะวัตต์

                   นอกจากนั้น SPCG มีระบบ Monitoring Control ที่ทันสมัย ซึ่งใช้ระบบ SCADA ในการแสดงผลข้อมูลสถานะการผลิตไฟฟ้า สภาวะอากาศ ระบบรักษาความปลอดภัย แบบ Real Time กับทุกโครงการในพื้นที่ 10 จังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ของประเทศไทย

                จากความสำเร็จดังกล่าว สะท้อนให้เห็นว่า เอสพีซีจี เป็นธุรกิจที่อนุรักษ์สิ่งแวดล้อม บริษัทจึงยืนยันเจตนารมณ์ในการดำเนินงานเพื่อช่วยลดสภาวะโลกร้อนและผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) โดยบริษัทสามารถลดการปลดปล่อย ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สู่ชั้นบรรยากาศของโลกประมาณ 200,000 ตัน CO2ต่อปี และเงินที่ขายคาร์บอนเครดิตได้นั้นได้นำมาสนับสนุนหน่วยงาน องค์กรต่างๆ ที่จัดทำโครงการเพื่อการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมต่อไป

                จากนั้น เอสพีซีจี ได้ต่อยอดความสำเร็จมาสู่ ธุรกิจผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา ในนามบริษัท  โซลาร์ เพาเวอร์ รูฟ จำกัด หรือ (SPR เนื่องจากเล็งเห็นว่าเป็นหนึ่งทางเลือกที่จะช่วยลดสภาวะโลกร้อนจากการใช้ไฟฟ้าได้ และเป็นการใช้ประโยชน์จากพลังงานแสงอาทิตย์ในการลดค่าใช้จ่ายไฟฟ้าในครัวเรือน ซึ่งปัจจุบันได้รับความนิยมสูงและรัฐบาลได้ให้การสนับสนุน โดยบริษัทเลือกใช้ แผงเซลล์แสงอาทิตย์จาก Kyocera ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นบริษัทที่มีความมั่นคงทางการเงินสูง รับประกันตัวแผงยาวนานถึง 25 ปี และหลังจากปีที่ 25 ยังสามารถผลิตไฟฟ้าได้ถึง  80%  ส่วน อินเวอเตอร์ บริษัทเลือกใช้ของ SMA จากประเทศเยอรมัน รับประกันถึง ปี และอุปกรณ์เหล่านี้บริษัทสามารถการันตีในคุณภาพได้ เนื่องจากเป็นอุปกรณ์เดียวกันกับที่ใช้ในธุรกิจโซลาร์ฟาร์ม

ติดต่อเรา
บริษัท เอสพีซีจี จำกัด (มหาชน) สำนักงานใหญ่
เลขที่ 1 อาคารแคปปิตอล เวิร์ค เพลส ชั้น 10
ซอยแจ่มจันทร์ แขวงคลองตันเหนือ
เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110
โทร: +662 011 8111
แฟกซ์ : +662 011 8112
หากท่านมีความประสงค์ที่จะได้ข้อมูลเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์อื่นๆ ของเราโปรดส่งข้อมูลของท่านกลับมายังบริษัทฯ ดังนี้
ชื่อ
ที่อยู่
อีเมล
เบอร์โทร
เรื่อง
ข้อความ

ท่านได้รับทราบข้อมูลจากช่องทางใด