การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (EGAT) เชิญ CEO SPCG เป็นวิทยากรบรรยายหัวข้อ ผู้นำกับแนวคิดการพัฒนาธุรกิจที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและการลงทุนในอาเซียน ในโครงการ EGAT Newly-Promoted Orientation Program for Executives (ENOP for Executives)
02 ธันวาคม 2559

  

           เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2559 ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ ประธานกรรมการและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เอสพีซีจี จำกัด (มหาชน) หรือ SPCG ได้รับเกียรติจาก การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (EGAT) เชิญเป็นวิทยากรบรรยายพิเศษ ในหัวข้อ “ผู้นำกับแนวคิดการพัฒนาธุรกิจที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและการลงทุนในอาเซียน” ในโครงการ EGAT Newly-Promoted Orientation Program for Executives (ENOP for Executives) ณ ห้อง 201 อาคาร ท.100 สำนักงานกลาง การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย จังหวัดนนทบุรี

                   โครงการ EGAT Newly-Promoted Orientation Program for Executives (ENOP for Executives) เป็นหลักสูตรอบรมเพื่อพัฒนาบุคลากรสำหรับผู้บริหาร โดยมีผู้สนใจเข้าฟังเป็นจำนวนราว 70 คน และผู้เข้าฟังส่วนใหญ่ล้วนเป็นระดับรองผู้ว่าการ ผู้ช่วยผู้ว่าการ ผู้อำนวยการฝ่าย และเทียบเท่า  อาทิ คุณวิวัฒน์ ชาญเชิงพานิช รองผู้ว่าการพัฒนาโรงไฟฟ้า, คุณนิกูล ศิลาสุวรรณ รองผู้ว่าการผลิตไฟฟ้า,คุณบุญญนิตย์ วงศ์รักมิตร รองผู้ว่าการกิจการสังคม, คุณวันชัย หงส์เชิดชัย รองผู้ว่าการบัญชีและการเงิน,คุณจักษ์กริช พิบูลย์ไพโรจน์ รองผู้ว่าการพัฒนาธุรกิจ, คุณวิชัย สิมะธัมนันท์ รองผู้ว่าการพัฒนาระบบส่ง,คุณลัญจกร อภิชิตเรืองเดช ผู้ช่วยผู้ว่าการวิศวกรรมโรงไฟฟ้า, คุณวรพจน์ มานะพันธุ์พงศ์ ผู้ช่วยผู้ว่าการบริการ, คุณวัฒนา หลายเพิ่มพูน ผู้ช่วยผู้ว่าการธุรกิจบำรุงรักษา, คุณวรพจน์ อินทร์ทอง ผู้ช่วยผู้ว่าการปฏิบัติการระบบส่ง เป็นต้น

           กฟผ.ได้เล็งเห็นถึงบทบาทความสำเร็จของ ดร.วันดี ในการพัฒนาโครงการโซลาร์ฟาร์ม ระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์แห่งแรกในประเทศไทยและในประชาคมอาเซียนได้สำเร็จทั้ง 36 โครงการซึ่งก่อให้เกิดการใช้พลังงานหมุนเวียนให้เกิดประโยชน์อย่างมหาศาล และสามารถช่วยลดปัญหาภาวะโลกร้อนได้ จึงได้เชิญร่วมเป็นเกียรติในการบรรยายครั้งนี้

              ก่อนเริ่มการบรรยาย ดร.วันดี ได้ร่วมลงนามถวายความอาลัย แด่ พระบาทสมเด็จพระปรมินทร             มหาภูมิพลอดุลยเดช  รัชกาลที่ 9 พร้อมทั้งเชิญชวนผู้เข้าร่วมฟังบรรยายทุกท่านยืนสงบนิ่งถวายความอาลัย

               ดร.วันดี ได้กล่าวถึงจุดเริ่มต้นของบริษัท เอสพีซีจี ว่า เริ่มจาก ในปี 2557 รัฐบาลสมัย ดร. ปิยสวัสดิ์           อัมระนันทน์  เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ได้ประกาศรับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานหมุนเวียนอื่นๆ นับเป็นครั้งแรกของประเทศ ที่รัฐบาลประกาศรับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานทดแทน จึงสนใจ

           เนื่องจากมีความตั้งใจอยากเห็นพลังงานแสงอาทิตย์เป็นหนึ่งในความมั่นคงทางด้านพลังงานของประเทศ จึงได้จัดทำ Business Model ขึ้น จากนั้นได้เสนอขายไฟให้กับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ได้มาทั้งหมด 36 โครงการ และได้ระดมเงินทุนเพื่อสร้างโครงการโซลาร์ฟาร์มโดยการนำ เอสพีซีจี เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ โดย การเข้าทางอ้อม (Back Door Listing) กับบริษัท สตีล แอนด์ โซล่า รูฟ จำกัด หรือ (SSR) ประกอบธุรกิจผลิต จำหน่าย และให้บริการติดตั้ง หลังคาเหล็กรีดลอน ะดมทุนผ่านตลาดฯครั้งแรกได้เงินมาจำนวน 1,260 ล้านบาท ซึ่งถือว่ายังไม่เพียงพอ จึงต้องขอกู้เงินจากสถาบันการเงิน โดยสถาบันการเงินส่วนใหญ่มองว่า Business Model ของโครงการโซลาร์ฟาร์มยังไม่ให้ผลตอบแทนที่สูง และเป็นไปไม่ได้ จนได้ธนาคารกสิกรไทย และ ธนาคารกรุงไทย ให้กู้เป็นทุนจำนวน 6,000 ล้านบาท ดอกเบี้ยร้อยละ 12 แต่เงินก็ยัง
ไม่พอจึงได้เข้าไปเจรจากับ  เวิลด์แบงก์ และ ได้มาร่วมถือหุ้น

                  จากนั้นได้เดินหน้าพัฒนาโครงการ จนครบ 36 โครงการ พร้อมทั้งจัดตั้ง บริษัท โซล่า เพาเวอร์ จำกัด หรือ (SPC) เป็นบริษัทพัฒนาและควบคุมทั้ง 36 โครงการ, บริษัท โซลาร์ เพาเวอร์ แอสเซ็ท จำกัด หรือ (SPA) พัฒนาและควบคุมโซลาร์ฟาร์มรวม 2 โครงการ ในจังหวัดลพบุรี   พร้อมทั้งได้จัดตั้ง บริษัท โซล่า เพาเวอร์ เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด หรือ (SPE) เป็นผู้นำการให้บริการออกแบบทางวิศวกรรมและก่อสร้างโซลาร์ฟาร์มแบบครบวงจร พร้อมด้วยทีมงานคุณภาพ มากประสบการณ์ และได้จัดตั้ง บริษัท  โซลาร์ เพาเวอร์ รูฟ จำกัด หรือ (SPR) ประกอบธุรกิจติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา  (Solar Roof)

              สำหรับ SPR เป็นโมเดลใหม่ ที่คิดว่าสามารถทำให้สำเร็จได้ในประเทศไทยและในอาเซียน คาดว่า ธุรกิจดังกล่าวจะเติบโต ไม่น้อยกว่า ร้อยละ 30 เพราะขณะนี้ โซลาร์ รูฟ ของบริษัทได้รับการยอมรับและเชื่อถือจากประชาชนที่เป็นเจ้าของบ้าน โรงงานอุตสาหกรรม สถาบันการเงินที่มีชื่อเสียง บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ต่างหันมาติดโซลาร์รูฟกันมากขึ้น เพื่อต้องการประหยัดค่าใช้จ่ายด้านไฟฟ้า และหลังจากติดโซลาร์รูฟของ SPR พบว่าผู้ประกอบการส่วนใหญ่มีความพึงพอใจสูง และได้รับความไว้วางใจจากผู้ประกอบการรายอื่นอย่างต่อเนื่อง

                     บริษัท ได้แต่งตั้งบริษัท โฮมโปรดักซ์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) เป็นตัวแทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์
โซลาร์รูฟ ด้านตลาดที่อยู่อาศัย 

                  ส่วนแผนขยายการลงทุนไปต่างประเทศ บริษัทให้ความสนใจกลุ่มประเทศในอาเซียน เช่น ฟิลิปปินส์ เนื่องจากมีกำลังการผลิตไฟฟ้าอยู่ที่ 15,000 MW แต่ใช้ไฟจริง 12,000 MW ซึ่งไม่เพียงพอสำหรับการใช้งานของประชากรที่มีถึง 100 ล้านคน ทั้งยังค่าไฟต่อหน่วยมีราคาแพงกว่าในประเทศไทยมาก และรัฐบาลก็มีนโยบายสนับสนุนทางด้านธุรกิจดังกล่าวด้วย  นอกจากนี้ยังได้ขยายไปยังตลาด Commercial สำหรับ อาคารพาณิชย์ โรงงานอุตสาหกรรม โดยติดตั้งเพื่อประหยัดค่าใช้จ่ายในการใช้ไฟฟ้า

                   นอกจากนี้ ดร.วันดี ได้กล่าวถึงสถานการณ์พลังงานของประเทศพม่าว่า มีกำลังผลิตไฟฟ้าทั้งหมด 3,000 MW แต่ไม่เสถียร สังเกตได้ว่าถ้าห่างออกจากเมืองใหญ่ไปยังพื้นที่ห่างไกล ระบบไฟฟ้าจะยังไม่เพียงพอต่อความต้องการของประชาชน ประเทศจึงมีความต้องการพัฒนาทางด้านระบบไฟฟ้ามาก

                   จากนั้น ดร.วันดี ได้กล่าวถึงงาน 22nd Conference of the Parties หรือ COP 22 ที่ได้รับเชิญจาก UNFCCC ให้ไปร่วมเสวนาในหัวข้อ “2016 Momentum for Change: Women for Results Event”เมื่อวันที่  14 - 18 พฤศจิกายน 2559 ที่ผ่านมาว่า ได้เชิดชูไทยเป็นผู้นำทางด้านพลังงานทดแทนในอาเซียน และได้เชิญชวนให้ผู้หญิงทั่วโลก ช่วยกันเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงโลกเราให้ดีขึ้นในทุก ๆ ด้าน รวมทั้งเรื่องโลกหรือสิ่งแวดล้อม ที่สำคัญเรื่องพลังงานหมุนเวียน และ พลังงานทดแทนที่เป็นประโยชน์ ในการช่วยลดโลกร้อน 

ติดต่อเรา
บริษัท เอสพีซีจี จำกัด (มหาชน) สำนักงานใหญ่
เลขที่ 1 อาคารแคปปิตอล เวิร์ค เพลส ชั้น 10
ซอยแจ่มจันทร์ แขวงคลองตันเหนือ
เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110
โทร: +662 011 8111
แฟกซ์ : +662 011 8112
หากท่านมีความประสงค์ที่จะได้ข้อมูลเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์อื่นๆ ของเราโปรดส่งข้อมูลของท่านกลับมายังบริษัทฯ ดังนี้
ชื่อ
ที่อยู่
อีเมล
เบอร์โทร
เรื่อง
ข้อความ

ท่านได้รับทราบข้อมูลจากช่องทางใด