Press Releases

SPCG ให้การสนับสนุนโครงการ ภาคีสนับสนุนป่าชุมชนลดโลกร้อน ชุมชนบ้านห้วยโรงนอก จังหวัดแพร่ และ ป่าชุมชนบ้านหนองทิศสอน จังหวัดมหาสารคาม จัดโดยกรมป่าไม้และองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) ณ ห้องประชุม 2 อาคารเทียมคมกฤส กรมป่าไม้ กรุงเทพมหานคร
07 December 2017

          เมื่อวันที่ 6 ธันวาคม 2560 ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ ประธานกรรมการและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เอสพีซีจี จำกัด (มหาชน) หรือ (“SPCG”) มอบหมายให้ คุณชาญชัย บัณฑิตเสาวภาคย์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ เป็นตัวแทนจาก SPCG เข้าร่วมพิธีสนับสนุนเงิน 200,000 บาท สำหรับโครงการ “ภาคีสนับสนุนป่าชุมชนลดโลกร้อน” ป่าชุมชนบ้านห้วยโรงนอก จังหวัดแพร่ และป่าชุมชนบ้านหนองทิศสอน จังหวัดมหาสารคาม จัดโดยกรมป่าไม้และองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) ณ ห้องประชุม 2 อาคารเทียมคมกฤส  กรมป่าไม้ กรุงเทพมหานคร

           ภายในงานได้รับเกียรติจาก คุณจเรศักดิ์ นันตะวงษ์ รองอธิบดีกรมป่าไม้ เป็นประธานในพิธีเปิด และคุณนันทนา บุณยานันต์ ผู้อำนวยการสำนักจัดการป่าชุมชน กรมป่าไม้ กล่าวรายงานวัตถุประสงค์และความเป็นมาของโครงการ ทั้งยังอธิบายถึงความคืบหน้าของโครงการสนับสนุนป่าชุมชนร่องบอน จังหวัดเชียงราย ในปีที่ผ่านมาที่ทาง SPCG ได้สนับสนุน เช่น การจัดทำหอดูไฟสูง 9 เมตร การจัดทำแนวกั้นไฟและจัดหาอุปกรณ์กั้นไฟ การมอบป้ายความรู้เกี่ยวกับ ป่าชุมชนในแต่ละชุมชน การจัดอบรมปลูกฝั่งการปลูกป่า ชื่อโครงการ “มัคคุเทศน์น้อย” และการสร้างฝาย ชะลอน้ำ เป็นต้น

           หลังจากนั้น คุณชาญชัย ได้กล่าวถึงเหตุผลที่สนับสนุนโครงการป่าชุมชนว่า ทาง SPCG ก่อตั้งขึ้นโดยทำธุรกิจเกี่ยวกับพลังงานแสงอาทิตย์มาตลอด ซึ่งเป็นพลังงานสะอาดและทางบริษัทให้ความสำคัญเป็นอย่างมากกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) ซึ่งเกิดขึ้นมานานแล้ว แต่เพิ่งเริ่มให้ความสนใจในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา โดยโครงการโซลาร์ฟาร์มทั้ง 36 โครงการของบริษัท สามารถคำนวณคาร์บอนเครดิต หรือการลดการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ถึง 200,000 ตันต่อปี และการเติบโตของโซลาร์รูฟ มีการขยายตัวอย่างรวดเร็วโดยเฉพาะกลุ่มโรงงานอุตสาหกรรมต่างๆที่ให้ความสนใจมากเพราะทางรัฐบาลมีการสนับสนุนในเรื่องของการลงทุนโดยสำนักงานส่งเสริมการลงทุน (BOI) และการลดค่าเสื่อมมากถึง 2 เท่าในปีที่ผ่านมา และ 1.5 เท่าในปีนี้ ซึ่งทั้งหมดนี้จะไม่สามารถเกิดขึ้นได้ถ้าไม่มีการประสานความร่วมมือกันระหว่างภาครัฐบาลและภาคเอกชน

            รองอธิบดี กรมป่าไม้ กล่าวขอบคุณ SPCG ที่ให้การสนับสนุนและผลักดันให้ประเทศไทยเป็นประเทศสีเขียว และช่วยลดโลกร้อน พร้อมทั้งอิงตามที่ คุณชาญชัย กล่าวว่าสภาวะโลกร้อนนั้นไม่ได้เกิดขึ้นแค่ใน 10 ปีที่ผ่านมาและบุคคลแรกในประเทศไทยที่กล่าวถึงคือ ในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่กล่าวว่า เพราะว่ามีสารคาร์บอนขึ้นไปในอากาศมาก จะทำให้เหมือนตู้กระจกครอบ แล้วโลกนี้ก็จะร้อนขึ้น เมื่อโลกนี้ร้อนขึ้นมีหวังว่าน้ำแข็งจะละลายลงทะเล และมวลทั้งน้ำในทะเลนั้นจะพองขึ้น ถ้าเรามาศึกษาอย่างใจเย็นจะมีเหตุผลแล้วจะทางแก้ไขได้ หรืออย่างน้อยก็ได้พยายามแก้ไข มันดีกว่าที่จะมาขัดแย้งกัน” พระราชดำรัสในวันเฉลิมพระชนมพรรษา 4 ธันวาคม 2532

             สุดท้าย คุณนันทนา ผอ.สำนักจัดการป่าชุมชน กล่าวขอบคุณ SPCG ว่าเป็นต้นแบบของบริษัทเอกชนที่มานำร่องให้กับโครงการนี้ ที่กรมป่าไม้จัดขึ้นตั้งแต่ครั้งแรก ซึ่งบริษัทมีบทบาทสำคัญทำให้โครงการนี้เดินหน้าต่อไป เพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและร่วมกันลดโลกร้อน และในอนาคตทาง อบก. ได้มีแผนในการกระจายความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับโครงการภาคีสนับสนุนป่าชุมชนลดโลกร้อนให้กว้างขวางขึ้น   ล้อไปตามนโยบายประเทศไทย 4.0 ซึ่งได้ประสานงานคณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ นำโดยอาจารย์ชาคริต ตะกั่วทุ่ง ซึ่งจะเข้ามาช่วยในการพัฒนาแพลตฟอร์ม ช่วยสร้างความร่วมมือระหว่าง ผู้ให้ คือองค์กรต่าง ๆ ที่ให้การสนับสนุน กับ ผู้รับ คือโครงการป่าชุมชนที่อยู่ตามจังหวัดต่าง ๆ โดยจะเริ่มจากการสร้างโครงการนำร่องที่จังหวัดระยอง หากประสบความสำเร็จ จะนำมาเป็นต้นแบบให้กับโครงการป่าชุมชนในจังหวัด  อื่นๆ ต่อไป