Press Releases

CEO SPCG ได้รับเกียรติจาก World Economic Forum เชิญเป็นวิทยากร ในหัวข้อ Identifying National Priorities ณ โรงแรมอนันตรา สยาม กรุงเทพฯ
22 November 2017

          เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน 2560 ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ กรรมการผู้จัดการใหญ่บริษัท เอสพีซีจี จำกัด (มหาชน) ได้รับเกียรติจาก World Economic Forum ให้ขึ้นเวทีสัมมนาในหัวข้อ “Identifying National Priorities” โดยมีผู้ร่วมเสวนา ได้แก่ คุณอภิรดี ตันตราภรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ คุณอรรชกา สีบุญเรือง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี คุณพิชิต อัคราทิตย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม คุณเทวินทร์ วงศ์วานิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) คุณศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหาร เครือเจริญโภคภัณฑ์ และคุณฐาปน สิริวัฒนภักดี กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน)

          โดย ดร.วันดี ได้กล่าวชื่นชมถึงความแข็งแกร่งของประเทศไทยในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ในหัวข้อที่สำคัญดังนี้ คือ

          1.Gross Domestic Product (GDP) ในปี 2016 อยู่ที่ประมาณ 407 Billion US Dollar เมื่อเทียบย้อนหลัง 10 ปี ในปี 2007 อยู่ที่ 263 Billion US Dollar ถือว่าประเทศไทยมีอัตราการเจริญเติบโตของ GDP เฉลี่ย 3-5% ต่อปีมาอย่างต่อเนื่อง

          2.มูลค่าตามราคาตลาด (Market capitalization) ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ในเดือนพฤศจิกายน 2560 อยู่ที่ 17 Trillion Thai Baht ย้อนหลัง 10 ปี มีอัตราการเจริญเติบโตกว่า 400% และมีการระดมทุนจากบริษัทจดทะเบียนใหม่ (Initial Public Offering หรือ IPO) ช่วงปี 2013-2016 ถึง 16,400 Million US Dollar เทียบกับ Singapore 9,723 Million US Dollar และ Philippines 2,818 Million US Dollar

          3.ความต้องการใช้พลังงานในประเทศไทย ปี 2016 มีมากกว่า 30,000 MW เทียบกับปี 2017 มีเพียง 22,000 MW และมีแผนที่จะขยายกำลังการผลิตติดตั้งในปี 2036 ถึง 70,000 MW

          ซึ่งจะเห็นได้ว่าประเทศไทยมีความแข็งแกร่งในด้านโครงสร้างพื้นฐาน รัฐบาลสามารถตอบสนองความต้องการแก่ผู้ผลิตและผู้บริโภคอย่างยั่งยืน ทั้งนี้ การที่ประเทศไทยจะก้าวไปสู่ Thailand 4.0 นั้น ควรจะมีการจัดลำดับความสำคัญ ในการเตรียมความพร้อมดังนี้ คือ

 

          1.ความมั่นคงในด้านการเมืองและนโยบายที่เกี่ยวกับการพัฒนาประเทศจะต้องมีความชัดเจน

          2.ทุกภาคส่วนต้องช่วยกันสร้างบรรยากาศการลงทุนทั้งในระยะสั้นและระยะยาว

          3.ควรมีการกระจายพื้นที่การลงทุนโดยสำนักงานส่งเสริมการลงทุน (BOI) โดยมีการกระจายการลงทุน ทั่วประเทศเพื่อสร้างเมืองใหม่ เพื่อกระจายความเจริญ สร้างรายได้ สร้างแรงงาน และควรส่งเสริมให้มีระบบ Information Technology เข้าถึงทุกพื้นที่เพื่อความสะดวกในการสื่อสาร

          4.การพัฒนาบุคลากรเพื่อเป็นกำลังของประเทศในอนาคต โดยในปัจจุบันมีผู้จบการศึกษาระดับปริญญาตรี ประมาณ 220,000 คน ซึ่งเป็นผู้หญิงมากกว่าถึง 2 ใน 3 อีกทั้งมีผู้จบการศึกษาในระดับช่างเทคนิค ในอัตราค่อนข้างต่ำมาก และยังไม่มีการพัฒนาทางด้านฝีมือแรงงานให้ตอบสนองต่อความต้องการของตลาดแรงงาน ทั้งในปัจจุบันและในอนาคต ทำให้เราต้องพึ่งพิงแรงงานต่างด้าวเป็นจำนวนมาก

          ซึ่งถือเป็น 4 ข้อสำคัญที่ประเทศไทยจะต้องกำหนดแผนยุทธศาสตร์อย่างยั่งยืนต่อไป