เอสพีซีจี ได้คะแนนร้อยละ 93 ในการจัดประชุมสามัญผู้ถือหุ้น ประจำปี 2560 ซึ่งเป็นระดับคะแนนที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยในปี 2560 และปี 2559 จัดโดยสมาคมส่งเสริมผู้ลงทุนไทย (THAI INVESTORS ASSOCIATION) หรือ TIA
16 June 2017

          บริษัท เอสพีซีจี จำกัด (มหาชน) นำโดย ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ ประธานกรรมการและกรรมการผู้จัดการใหญ่ ได้รับแจ้งจาก สมาคมส่งเสริมผู้ลงทุนไทย (THAI  INVESTORS ASSOCIATION) หรือ TIA ซึ่งเป็นผู้ดำเนินการตามอนุสนธิ จากโครงการ การประเมินคุณภาพการจัดประชุมสามัญผู้ถือหุ้น ประจำปี 2560 โดยTIA ดำเนินการต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 12 ตามที่ได้รับมอบหมายจาก สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.)

           สมาคมฯ ได้แจ้งว่า บมจ.เอสพีซีจี  ได้คะแนนร้อยละ 93 เป็นระดับคะแนนที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยในปี 2560 และปี 2559

          โดยทั่วไปสถิติผลคะแนนเฉลี่ยปี 2560 มีระดับผลคะแนนเฉลี่ยสูงขึ้น เป็นร้อยละ 91.97 สูงกว่าค่าเฉลี่ยในปี 2559 ซึ่งเคยยืนอยู่ที่ระดับร้อยละ 91.62 แม้ว่าเกณฑ์การประเมินจะมีการปรับเปลี่ยนและเข้มงวดขึ้น

            สมาคมส่งเสริมผู้ลงทุนไทย ได้ระบุว่า จากการที่ เอสพีซีจี ได้คะแนนสูงกว่าค่าเฉลี่ยดังกล่าว ทำให้มั่นใจได้ว่า บริษัทได้เปิดเผยข้อมูลตามเกณฑ์ของการเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย อันจะมีส่วนช่วยยกระดับธรรมาภิบาลให้กับตลาดทุนไทย ได้อย่างต่อเนื่องเป็นลำดับถัดไป

           สำหรับการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2560 ที่ผ่านมา เอสพีซีจี ได้ดำเนินการจัดประชุมเมื่อวันที่ 21 เมษายน 2560 เวลา 14.00 ณ โรงแรมแอมบาสซาเดอร์ โดยมีวาระประชุมที่สำคัญ ดังต่อไปนี้

           ดร.วันดี ได้แถลงถึงผลดำเนินงานประจำปี 2559 ว่า บริษัทฯ มีรายได้รวมจำนวน 5,544.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่มีรายได้รวมจำนวน 5,057.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 9.6 และมีกำไรสุทธิรวมจำนวน 2,617.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่มีกำไรสุทธิรวมจำนวน 2,465.0 ล้านบาท หรือคิดเป็นกำไรสุทธิเพิ่มขึ้นในอัตราร้อยละ 6.18 จากปีก่อน

           ที่ผ่านมาการประชุมครั้งนี้ บริษัท ได้จ่ายเงินปันผล จากผลประกอบการของปี 2559 เป็นจำนวนเงิน 1.10 บาทต่อหุ้น ซึ่งได้จ่ายเงินปันผลระหว่างกาล จากผลการดำเนินงานรอบระยะเวลาตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2559 – 30 มิถุนายน 2559 ไปแล้วในอัตราหุ้นละ 0.40 บาท และประกาศจ่ายเงินปันผลครั้งที่ 2 จำนวน 0.70 บาท ซึ่งบริษัทฯ กำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิได้รับเงินปันผล ในวันที่ 20 มีนาคม 2560 และให้รวบรวมรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิได้รับเงินปันผลตามมาตรา 225 ของพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์โดยวิธีปิดสมุดทะเบียนและพักการโอนหุ้นในวันอังคารที่ 21 มีนาคม 2560 ซึ่งจะจ่ายได้ในวันที่ 15 พฤษภาคม 2560 ซึ่งโดยบริษัทมีนโยบายจ่ายปันผลผู้ถือหุ้นไม่ต่ำกว่าร้อยละ 40 ของกำไรสุทธิของบริษัท

          สำหรับปีนี้ บริษัทมีแผนงานจะทำรายได้รวมไม่ต่ำกว่า 6,000 ล้านบาท ซึ่งมาจากการรุกธุรกิจติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา (Solar Roof) ภายใต้บริษัท โซลาร์ เพาเวอร์ รูฟ จำกัด หรือ SPR โดยกำหนดเป้าหมายการขยายธุรกิจแบบก้าวกระโดด  เพราะ SPR SOLAR ROOF ได้รับความนิยมมากทั้งในภาคครัวเรือนและโรงงานอุตสาหกรรม