SPCG ร่วมกับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย จัดงาน Opportunity Day แถลงผลประกอบการประจำปี 2559 ซึ่ง บริษัทได้ประกาศจ่ายเงินปันผล งวด 2/2559 หุ้นละ 0.70 บาท
09 March 2017

               เมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2560 ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ ประธานกรรมการและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เอสพีซีจี จำกัด (มหาชน) หรือ “SPCG” ร่วมกับ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย จัดงานวัน บริษัทจดทะเบียนพบนักลงทุน (Opportunity Day) เปิดเผยถึงผลการดำเนินงานของ บมจ. เอสพีซีจี ประจำปี 2559 ที่ผ่านมาว่า บริษัทฯ มีรายได้รวมจำนวน 5,544.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่มีรายได้รวมจำนวน 5,057.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 9.6 และมีกำไรสุทธิรวมจำนวน 2,617.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่มีกำไรสุทธิรวมจำนวน 2,465.0 ล้านบาท หรือคิดเป็นกำไรสุทธิเพิ่มขึ้นในอัตราร้อยละ 6.18 จากปีก่อน

              SPCG ได้ประกาศจ่ายเงินปันผล จากผลประกอบการของปี 2559 เป็นจำนวนเงิน 1.10 บาทต่อหุ้น โดยได้จ่ายเงินปันผลระหว่างกาล จากผลการดำเนินงานรอบระยะเวลาตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2559 – 30 มิถุนายน 2559 ไปแล้วในอัตราหุ้นละ 0.40 บาท และประกาศจ่ายเงินปันผลครั้งที่ 2 จำนวน 0.70 บาท ซึ่ง บริษัทฯ กำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิได้รับเงินปันผล ในวันที่ 20 มีนาคม 2560 และให้รวบรวมรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิได้รับเงินปันผลตามมาตรา 225 ของพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์โดยวิธีปิดสมุดทะเบียนและพักการโอนหุ้นในวันอังคารที่ 21 มีนาคม 2560 ซึ่งจะสามารถจ่ายปันผลได้ในวันที่ 15 พฤษภาคม 2560 ซึ่งอัตราการจ่ายปันผลผู้ถือหุ้นมีการจ่ายไม่ต่ำกว่าร้อยละ 40 ของกำไรสุทธิของบริษัท ซึ่งเป็นไปตามนโยบายการจ่ายปันผลที่บริษัทกำหนดไว้

              ปีนี้ บริษัท มีเป้าหมายที่จะรุกธุรกิจติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา (Solar Roof) ภายใต้บริษัท โซลาร์ เพาเวอร์ รูฟ จำกัด หรือ SPR โดยกำหนดเป้าหมายการขยายธุรกิจแบบก้าวกระโดด ซี่งคาดว่าในปี 2560 บริษัทฯ จะทำรายได้รวมไม่ต่ำกว่า 6,000 ล้านบาท เพราะ SPR SOLAR ROOF ได้รับความนิยมมากทั้งในภาคครัวเรือนและโรงงานอุตสาหกรรม

                 สำหรับแผนธุรกิจ SPCG บริษัทได้ขยายการลงทุนโครงการโซลาร์ฟาร์มไปยังต่างประเทศ โดยเฉพาะในญี่ปุ่น ซึ่งหลังจากได้เริ่มพัฒนาโครงการในพื้นที่ใกล้กับอุทยานแห่งชาติภูเขาไฟไดเซน ขนาด 30 เมกะวัตต์ นอกจากนี้ยังมองหาโอกาสการลงทุนในการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (ASEAN Economic Community : AEC) ซึ่ง SPCG มีความพร้อมสำหรับการลงทุนในตลาดนี้ ทั้งด้านพันธมิตร ทีมงาน และบุคลากรที่มีประสิทธิภาพจึงสามารถขับเคลื่อนธุรกิจได้ทันที โดยคาดว่าจะมีโครงการโซลาร์ฟาร์มตามกำลังการผลิตติดตั้งเพิ่มขึ้นเป็น 500เมกะวัตต์ ภายในปี 2562

                  ที่ผ่านมา บริษัทได้ดำเนินการติดตั้งโซลาร์ฟาร์ม พร้อมจำหน่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์เข้าสู่ระบบครบทั้ง 36 แห่ง ตั้งอยู่ใน 10 จังหวัดของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีกำลังการผลิตรวมกว่า 260 เมกะวัตต์              

                   ส่วน SPR Solar Roof ได้แบ่งกลุ่มลูกค้าออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่ 1. กลุ่มลูกค้าสำหรับที่อยู่อาศัยทั่วไปซึ่ง SPR  ได้แต่งตั้ง บริษัท  โฮม โปรดักซ์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ HomePro เป็นตัวแทนจำหน่ายระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในตลาดที่อยู่อาศัย และ 2. กลุ่มธุรกิจอุตสาหกรรม ซึ่งในปี 2559 ที่ผ่านมา SPCGได้จัดกิจกรรมส่งเสริมการขาย ในรูปแบบการออกบูธ และจัดงานสัมมนา เพื่อให้ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับระบบ SPR Solar Roof โดยบริษัทฯ เลือกใช้ แผงเซลล์แสงอาทิตย์ ที่มีคุณภาพ จาก KYOCERA ที่ให้การรับประกันแผงยาวนานถึง 25 ปี และหลังจากปีที่ 25 การันตีคุณภาพการผลิตไฟฟ้าได้ถึง 80 เปอร์เซนต์ นอกจากนี้บริษัทยังเลือกใช้ Inverter SMA มาตรฐานจาก ประเทศเยอรมันนี เพื่อสร้างความมั่นใจในประสิทธิภาพการผลิตไฟฟ้าและมาตรฐานความปลอดภัยอย่างสูงสุด ซึ่งได้รับการตอบรับจากลูกค้าและผู้ที่สนใจเป็นอย่างมาก ทั้งยังสนใจเปิดสำรวจและติดตั้งโซลาร์รูฟ จากกระแสตอบรับดังกล่าวทำให้เห็นว่า ตลาดธุรกิจ โซลาร์รูฟ ของบริษัทฯ ได้ขยายใหญ่ขึ้นซึ่งได้ความเชื่อมั่นและได้รับความไว้วางใจจากลูกค้า และบริษัทยังมีนโยบายจัดกิจกรรมส่งเสริมงานขายอย่างต่อเนื่อง ทำให้บริษัทฯคาดการณ์ว่า ในปี 2560 นี้จะทำยอดขายได้ไม่ต่ำกว่าปีก่อน

                จากผลงานที่เป็นที่ยอมรับของ ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ ทำให้ ดร.วันดี ได้รับเกียรติจากองค์การสหประชาชาติ ด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ หรือ UNFCCC เชิญเป็นวิทยากรพิเศษและร่วมเสวนาเป็นครั้งที่ 2 ต่อเนื่องจาก COP21 ในหัวข้อ “2016 Momentum for Change: Women for Results Event” ในงาน 22nd Conference of the Parties หรือ COP22 จัดขึ้นระหว่าง วันที่ 14-18 พฤศจิกายน 2559 ณ เมืองมาร์ราเกซ ประเทศโมร็อกโก ซึ่ง ดร.วันดี ได้แสดงให้เห็นถึง การที่ผู้หญิงได้ก้าวขึ้นเป็นผู้นำในการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศทั่วโลก โดยการนำพลังงานหมุนเวียนมาผลิตไฟฟ้าทำให้เกิดประโยชน์ ตามนโยบายของ UNFCCC ที่เล็งเห็นว่า “พลังงานทางเลือก (Renewable Energy)” เป็นหนทางแก้ไขปัญหาโลกร้อนจากภาวะเรือนกระจกที่ดีที่สุดทางหนึ่ง เพื่อให้เกิดการพัฒนาเพื่อความยั่งยืน ตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของโลก 17 ประการ ของ UN ให้บรรลุตามเป้าหมาย จากการประชุม ในครั้งนี้ มีจำนวน 111 ประเทศ ที่ให้การรับรองเห็นชอบต่อความตกลง ซึ่งช่วยตอกย้ำให้เห็นว่า ประเด็นเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโลกเป็นเรื่องที่มีความสำคัญมาโดยตลอด และทุกประเทศที่เข้าร่วมต่างยังคงยึดมั่นในข้อตกลงดังกล่าวในการร่วมกันทำงานเพื่อแก้ไขการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศโลก เพื่อลดขนาดของช่องว่างที่เกิดจากปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้ได้ก่อนปี พ.ศ. 2563 ตามเป้าหมายต่อไป

                                                                

 

Contact us
SPCG Public Company Limited ( Head Office )
1 Capital Work Place Building, 10th Floor,
Soi Jamjan Klongton Nua Sub-District,
Wattana, Bangkok Thailand 10110
Tel: +662 011 8111
Fax : +662 011 8112