CEO SPCG ได้รับเกียรติจาก Solar Media เชิญเป็นวิทยากรบรรยายพิเศษ หัวข้อ SCALING PV DEPLOYMENT ACROSS SOUTHEAST ASIA ในงาน Solar and Off Grid Renewables Southeast Asia 2016
01 December 2016

               เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน 2559 ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ ประธานกรรมการและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เอสพีซีจี จำกัด (มหาชน) หรือ SPCG ได้รับเกียรติจาก Solar Media เชิญเป็นวิทยากรบรรยายพิเศษ ในหัวข้อ “SCALING PV DEPLOYMENT ACROSS SOUTHEAST ASIA” ในงาน Solar and Off Grid Renewables Southeast Asia 2016 ห้องแซฟไฟร์ 113-120 ศูนย์การประชุม อิมแพ็ค ฟอรั่ม เมืองทองธานี จังหวัดนนทบุรี

           โดยงาน Solar and Off Grid Renewables Southeast Asia 2016 เป็นงานรวบรวมผู้ประกอบการที่ประสบความสำเร็จในธุรกิจระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ ทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อบอกเล่าถึงประสบการณ์ ความเป็นมาของบริษัท และความรู้ในการพัฒนาธุรกิจพลังงานหมุนเวียนที่ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อมวลมนุษย์ชาติ การจัดงานครั้งนี้จัดขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 จะมุ่งเน้นในเรื่อง นโยบายจากภาครัฐ และ การสนับสนุนทางการเงินสำหรับการลงทุนธุรกิจพลังงานหมุนเวียนในประเทศ เวียดนาม, อินโดนีเซีย, ฟิลิปปินส์ และพม่า

               Solar Media ได้เล็งเห็นถึงบทบาทสำคัญยิ่งของ ดร.วันดี ในฐานะที่เป็นผู้บุกเบิกและพัฒนา โครงการโซลาร์ฟาร์ม ระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์แห่งแรกในประเทศไทยและในประชาคมอาเซียน ที่ก่อให้เกิดประโยชน์ทางด้านพลังงานอย่างมาก และเป็นการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน จึงได้เชิญร่วมเป็นเกียรติในการบรรยายพิเศษครั้งนี้

                 ภายในงาน ดร.วันดี ได้เล่าถึง จุดเริ่มต้นการริเริ่มโครงการโซลาร์ฟาร์มว่า สืบเนื่องมาจาก รัฐบาลสมัยที่ ดร. ปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ได้มีนโยบายสนับสนุนด้านพลังงานหมุนเวียน เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงด้านพลังงาน รวมทั้งได้เปิดโอกาส ให้เอกชนเข้ามาลงทุนผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนทุกประเภทซึ่ง พลังงานแสงอาทิตย์ถือเป็นพลังงานหมุนเวียน และเป็นพลังงานสะอาด ไม่มีมลภาวะ เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

                  โดยแรกเริ่มนั้นบริษัทฯ ได้รับเงินสนับสนุนจาก IFC (International Finance Corporation) ซึ่งมี บทบาทสำคัญในการช่วยให้โครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ แห่งแรกของ SPCG ประสบความสำเร็จ  ด้วยการสนับสนุนด้านเงินลงทุนจาก กองทุน Clean Technology Fund บริษัทได้นำมาผสมผสานกับ เงินกู้ของสถาบันการเงิน เพื่อช่วยลดต้นทุนทางการเงิน ทำให้บริษัทฯ สามารถพัฒนาโครงการโซลาร์ฟาร์ม จนประสบความสำเร็จถึง  36 โครงการ รวมกำลังการผลิตกว่า 260 เมกะวัตต์ อยู่ในพื้นที่ 10 จังหวัด ของประเทศไทย มูลค่าลงทุน ประมาณ 25,000 ล้านบาท นอกจากนี้ โครงการโซลาร์ฟาร์มทั้ง 36 แห่ง ยังสามารถช่วยลดสภาวะโลกร้อนเทียบเท่ากับลดการปลดปล่อย ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สู่ชั้นบรรยากาศของโลกประมาณ 200,000 ตัน CO2ต่อปี

             สำหรับโครงการโซลาร์ฟาร์มแห่งแรกของบริษัท หรือ บริษัท โซล่า เพาเวอร์ (โคราช 1) ตั้งอยู่ที่ประตูสู่ภาคอีสานหรือจังหวัดนครราชสีมา ภายในโครงการได้จัดตั้งเป็นศูนย์การเรียนรู้ เพื่อเปิดให้ผู้ที่สนใจหรือหน่วยงานต่างๆ เข้ามาศึกษาหาความรู้ในเรื่องพลังงานแสงอาทิตย์ อันเป็นความรู้ที่เป็นประโยชน์และสามารถนำไปพัฒนาต่อยอดในการศึกษาหรือพัฒนาในเชิงธุรกิจได้

      นอกจากนั้น ดร.วันดี ยังได้เล่าถึงโครงสร้างของบริษัทว่า ปัจจุบัน เอสพีซีจี เป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ภายใต้หมวดพลังงาน ดำเนินธุรกิจในรูปแบบ Holding Company กล่าวคือ SPCG เป็นเจ้าของหุ้น/ผู้ถือหุ้นใหญ่ของบริษัทในเครือ รวม 43 บริษัท อาทิเช่น บริษัท โซล่า เพาเวอร์ จำกัด หรือ (SPC) เป็นบริษัทที่พัฒนาระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ที่ติดตั้งบนพื้นดินทั้ง 36 ฟาร์ม, บริษัท โซลาร์ เพาเวอร์ แอสเซ็ท จำกัด หรือ (SPA) เป็นผู้พัฒนาโซลาร์ฟาร์มรวม 2 โครงการ ในจังหวัดลพบุรี, บริษัท โซล่า เพาเวอร์ เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด หรือ (SPE) เป็นผู้นำการให้บริการออกแบบทางวิศวกรรมและก่อสร้างโซลาร์ฟาร์มแบบครบวงจร, บริษัท สตีล แอนด์ โซล่า รูฟ จำกัด หรือ (SSR) ประกอบธุรกิจผลิต จำหน่าย และให้บริการติดตั้ง หลังคาเหล็กรีดลอน และบริษัท  โซลาร์ เพาเวอร์ รูฟ จำกัด หรือ (SPR) ประกอบธุรกิจติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา  (Solar Roof)

               อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ มุ่งเน้นดำเนินธุรกิจ SPR ที่คาดว่า ธุรกิจดังกล่าวจะเติบโต ไม่น้อยกว่า ร้อยละ 30 เพราะขณะนี้ โซลาร์ รูฟ ของบริษัทได้รับการยอมรับและเชื่อถือจากประชาชนที่เป็นเจ้าของบ้าน โรงงานอุตสาหกรรม สถาบันการเงินที่มีชื่อเสียง บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ และปัจจุบันได้รับการสนับสนุนจากนโยบายของรัฐบาล ตามมาตรการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ให้ได้รับการ ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล ในสัดส่วนร้อยละ 50 ของเงินลงทุน ซึ่งมาตรการดังกล่าวมีผลบังคับใช้ถึงภายใน ปี 2560 นอกจากนี้บริษัทยังได้ติดตั้งระบบ Monitoring สำหรับบ้านลูกค้าในแต่ละราย เพื่อให้ลูกค้าสามารถมั่นใจว่าได้รับการดูแลตลอดการใช้งาน

               ดร.วันดี ได้กล่าวอีกว่า เมื่อวันที่ 14 - 18 พฤศจิกายน 2559 ที่ผ่านมา  ได้รับเกียรติจากสหประชาชาติ ว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ หรือ UNFCCC เชิญเป็นวิทยากรพิเศษและร่วมเสวนา ในหัวข้อ “2016 Momentum for Change: Women for Results Event” ในงาน 22nd Conference of the Parties หรือ COP 22 ณ เมืองมาร์ราเกซ ประเทศโมร็อกโก ซึ่ง ดร.วันดี ได้แสดงวิสัยทัศน์ชูประเทศไทยเป็นผู้นำความมั่นคงด้านพลังงาน รวมถึงบทบาทของสตรีที่เป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงโลกเราให้ดีขึ้นใน   ทุก ๆ ด้าน โดยเฉพาะเรื่องสิ่งแวดล้อม และการอนุรักษ์พลังงานซึ่งเป็นสิ่งสำคัญในการช่วยลดปัญหาภาวะโลกร้อน

Contact us
SPCG Public Company Limited ( Head Office )
1 Capital Work Place Building, 10th Floor,
Soi Jamjan Klongton Nua Sub-District,
Wattana, Bangkok Thailand 10110
Tel: +662 011 8111
Fax : +662 011 8112